3 ข้อต้องรู้ ก่อนหมดปี 62 สำหรับการติดตั้ง GPS ในรถบรรทุก 10 ล้อ​

ก่อนสิ้นปีนี้การติดตั้ง GPS ในรถบรรทุก 10 ล้อ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ตามมาดูกัน

3 ข้อต้องรู้ ก่อนหมดปี 62 สำหรับการติดตั้ง GPS ในรถบรรทุก 10 ล้อ​

ติดตั้ง GPS ในรถบรรทุก 10 ล้อ​ ปี62

จากนโยบายที่ต้องการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุที่เกิดบนท้องถนน ให้กับผู้ขับขี่ยานพาหนะประเภทรถบรรทุก กระทรวงคมนาคมจึงมีมาตรการบังคับใช้ ให้รถบรรทุกในประเภทขนส่งส่วนบุคคล (ป้ายขาว) ที่มีการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกนั้นต้องติดตั้ง GPS ทุกคันภายในปี 2562 ทาง มาเช็คประเภทและลักษณะของรถที่เข้าข่ายกัน

1. รถบรรทุกสิบล้อ สิบสองล้อ หัวลากสิบล้อ และ หัวลากหกล้อ ขนส่งไม่ประจำทาง (ป้ายเหลือง) และ ขนส่งส่วนบุคคล (ป้ายขาว) ที่มีการจดทะเบียนตั้งแต่ 25 มกราคม 2559 เป็นต้นไปนั้น จำเป็นจะต้องติดตั้ง GPS พร้อมเครื่องรูดบัตร และยังต้องเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมขนส่งทางบกก่อนตรวจสภาพเพื่อจดทะเบียน

2. รถบรรทุกสิบล้อ สิบสองล้อ หัวลากสิบล้อ และ หัวลากหกล้อ ขนส่งไม่ประจำทาง (ป้ายเหลือง) และ ขนส่งส่วนบุคคล (ป้ายขาว) ที่มีการจดทะเบียนก่อน 25 มกราคม 2559 เป็นต้นไป และได้ทำการติดตั้ง GPS แล้ว แต่ยังไม่เป็นไปตามประกาศ หากสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบกได้ ก่อนตรวจสภาพเพื่อต่ออายุอายุทะเบียนในปี 2559 ก็สามารถใช้ GPS นั้นได้ต่อไป แต่ต้องดำเนินการติดตั้ง GPS พร้อมเครื่องรูดบัตร ที่เป็นไปตามประกาศ ฯ ให้แล้วเสร็จก่อนการตรวจสภาพรถ เพื่อต่ออายุทะเบียนได้ในปี 2562

3. รถบรรทุกสิบล้อ สิบสองล้อ หัวลากสิบล้อ และ หัวลากหกล้อ ขนส่งไม่ประจำทาง (ป้ายเหลือง) และ ขนส่งส่วนบุคคล (ป้ายขาว) ที่มีการจดทะเบียนก่อน 25 มกราคม 2559 เป็นต้นไป ที่ยังไม่ได้ติดตั้งเครื่อง GPS หรือที่ติดตั้งเครื่อง GPS ไปแล้ว แต่ไม่ได้เป็นไปตามประกาศฯ และยังไม่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบกได้ จะต้องดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จ เพื่อต่ออายุทะเบียนในปี 2562 ทั้งนี้ขึ้นกับประเภทรถ และประเภทการจดทะเบียน

สำหรับท่านที่สนใจรับบริการติดตั้ง GPS ที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก สามารถต่อทะเบียนได้อย่างมั่นใจ พร้อมทีมบริการหลังการขายอย่างครบครัน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่

พฤติกรรมของคนขับ เป็นเรื่องสำคัญสำหรับธุรกิจหรือไม่

พฤติกรรมของคนขับนั้นมีความสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเติบโต และสามารถเพิ่มผลกำไร รวมถึงยกระดับการจัดการยานพาหนะให้มีประสิทธิภาพ

พฤติกรรมของคนขับ เป็นเรื่องสำคัญสำหรับธุรกิจหรือไม่

พฤติกรรมของคนขับเองก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญของการจัดการ การดำเนินงานและชื่อเสียงโดยเฉพาะในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมการขนส่ง ที่จำเป็นต้องมีการจัดการกับยานพาหนะ หรือผู้ขับขี่  การปฎิบัติตามแนวทางการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพและสามารถตรวจสอบได้ไม่เพียงจะช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับบริษัท แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบริษัทและทุกคนเกี่ยวข้องอีกด้วย

พฤติกรรมของคนขับที่ไม่ดี อาจเป็นสาเหตุหลักในการเกิดอุบัติเหตุบนถนน
อุบัติเหตุส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นนั้นมาจากความผิดพลาดของมนุษย์ พฤติกรรมที่ขับด้วยความประมาทนั้นเป็นสาเหตุหลักของข้อผิดพลาด 90% ของปัญหารถชนบนถนนนั้นเกิดจากพฤติกรรมการขับขี่ด้วยความประมาทแทบทั้งสิ้น

พฤติกรรมดดยทั่วไปของคนขับที่อาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ได้แก่ การเลี้ยวหรือเข้าโค้งอย่างรุนแรง การเร่งความเร็ว หรือการเบรกอย่างกระทันหัน และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

พฤติกรรมของคนขับที่แย่ อาจจะทำให้อายุการใช้งานรถยนต์สั้นลง
ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุเท่านั้น ยังส่งผลให้เป็นการลดอายุการใช้งานของยานพาหนะลงอย่างมาก พฤติกรรมของผู้ขับขี่อย่างการเลี้ยวโค้งอย่างรุนแรง การเบรกกะทันหันบ่อยๆ และการกระทำที่ผิดกฎหมายบางประการ มีแนวโน้มที่จะลดคุณภาพและอายุการใช้งานของยานพาหนะลงได้

พฤติกรรมของคนขับ อาจส่งผลต่อการสิ้นเปลืองน้ำมัน
ด้วยพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ดีหลายอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้นส่งผลให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็น เพื่อเป็นการใช้น้ำมันให้คุ้มค่าที่สุดเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขับขี่ต้องรักษาความเร็วให้เหมาะสมและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ควรขับฝ่าไฟแดง ไม่จอดติดเครื่องแช่นานเกินไป ไม่เบรกหรือเลี้ยวด้วยความรุนแรง 

พฤติกรรมของคนขับที่ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล
พฤติกรรมคนขับยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการกำหนดความสามารถในการทำกำไรของหลายๆบริษัท โดยเฉพาะผู้ใช้ยานพาหนะ พฤติกรรมของคนขับที่ถูกต้องจะส่งผลให้การเกิดอุบัติเหตุที่น้อยลง อีกทั้งความเสื่อมสภาพของยานพาหนะลดน้อยลง และในที่สุดก็จะส่งผลให้ยานพาหนะของบริษัทไปถึงที่หมายที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้วิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมพฤติกรรมของคนขับ คือการจัดการด้วยระบบ GPS การจัดการยานพาหนะอัจฉริยะ ซึ่งสามารถดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปประเมินและดำเนินการตามความเหมาะสม สามารถรวบรวมได้ในแบบเรียลไทม์ หมายความว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและทันเวลา เพื่อควบคุมพฤติกรรมของคนขับที่คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจ้าง

4 ข้อดีของการใช้ GPS ติดตามการขนส่ง สำหรับธุรกิจประเภทโลจิสติกส์

4 ข้อดีที่คุณอาจจะคาดไม่ถึง กับการใช้ GPS ติดตามการขนส่ง สำหรับธุรกิจประเภทโลจิสติกส์

4 ข้อดีของการใช้ GPS ติดตามการขนส่ง สำหรับธุรกิจประเภทโลจิสติกส์

4 ข้อดีของการติดตั้ง GPS

ส่วนที่สำคัญที่สุดในภาคธุรกิจของโลจิสติกส์นั้น คงหนีไม่พ้นเรื่องการลดค่าใช้จ่ายในระบบการขนส่ง ลดระยะเวลาที่ใช้ในการขนส่ง และปัญหาทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุด หนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ สำหรับภาคธุรกิจโลจิติกส์ที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพของการขนส่งให้ดียิ่งขึ้นนั้นก็คือ GPS

มาทำความเข้าใจกับ 4 ประโยชน์ของระบบ GPS ที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และยังลดต้นทุนในการบริการให้กับธุรกิจโลจิสติกส์

1. การลดต้นทุนในส่วนของค่าน้ำมัน
แน่นอนว่า ค่าน้ำมันนั่น เป็นต้นทุนพลังงานที่สำคัญที่สุดสำหรับการขนส่งของธุรกิจโลจิสติกส์ ระบบ GPS โดยทั่วไป ก็จะมีระบบสำหรับติดตามเส้นทาง ซึ่งสามารถตรวจสอบเส้นทางของการขนส่งได้ เพื่อป้องกันการขับรถออกนอกเส้นทาง รวมไปถึงระบบตรวจวัดอัตราเร็ว ซึ่งก็จะทำให้สามารถควบคุมความเร็วในการขับขี่ของพนักงานได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นระบบที่ดีที่จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจโลจิสติกส์ประหยัดค่าน้ำมันได้ดีมากขึ้น

2. การบริหารจัดการกับเวลา
ในปัจจุบันระบบ GPS นั้น มีความสามารถในการคำนวณระยะเวลาในการเดินทาง หรือการขนส่งสินค้าไปถึงที่หมายของรถขนส่งได้แม่นยำมาก ทำให้ทั้งผู้ประกอบการเองก็ดี หรือทางทีมงานที่เกี่ยวข้อง และลูกค้า สามารถวางแผนการดำเนินการ และการจัดการสินค้าของตัวเองได้ดีมากขึ้น ลดการรอคอยและลดการสต็อกสินค้า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการจัดการกับต้นทุนธุรกิจ  อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการให้บริการลูกค้าของธุรกิจโลจิสติกส์ได้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

3. ลดในส่วนของการสูญเสีย
สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ เรื่องของอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะ เป็นการสูญเสีย หรือความเสียหายเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย ซึ่งระบบ GPS สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ นอกจากจะมีระบบนำทาง ระบบการติดตาม และระบบจำกัดความเร็วแล้ว ก็ยังมีฟังก์ชั่นในส่วนของการแจ้งเตือนระบบการซ่อมบำรุงในด้านต่างๆอีกด้วย เพื่อจะสามารถช่วยลดอุบัติและการสูญเสียในการขับขี่ได้อีกขั้นหนึ่ง

4. การลดโอกาสในการทุจริต
เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่น่าสนใจในระบบ GPS สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ ก็คือระบบตรวจวัดปริมาณน้ำมันในถังรถ และการตรวจจับการสตาร์ดเครื่องยนต์ สามารถใช้ในการตรวจสอบ หรือการตรวจเช็คค่าใช้จ่าย และการทำงานต่างๆ ของพนักงานได้ และที่สำคัญ ระบบของ GPS ยังสามารถเชื่อมต่อกล้อง พร้อมไมโครโฟน เพื่อรับส่งภาพและเสียงระหว่างผู้ขับขี่และทีมงานในแบบออนไลน์อีกด้วย สามารถช่วยลดโอกาสในการทุจริตของพนักงานได้

นอกจากข้อดีทั้ง 4 ข้อที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่เจ้า GPS สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานด้านธุรกิจโลจิสติกส์ได้ ขึ้นอยู่กับการพัฒนาระบบ Software ของ GPS เองอีกด้วย